ระบบสินค้าปรุงสด (Add-On BOM)

คือคุณลักษณะส่วนขยายของโปรแกรม POSWARE.net ประยุกต์ใช้กับกิจการที่มีการผลิตสินค้า ณ จุดขาย โดยการนำวัตถุดิบมาผสมกันตามสูตรที่กำหนดเอาไว้ล่วงหน้า กลายเป็นสินค้าปรุงสด (สินค้าสำเร็จรูป) การตัดสต็อกจะทำที่ตัววัตถุดิบที่ใช้ไป ตัวสินค้าปรุงสดเองจะไม่มีสต็อก

 

ข้อมูลพื้นฐานสำหรับสินค้าปรุงสด ประกอบด้วย

1.     รหัสวัตถุดิบสำหรับนำไปปรุง (Raw Material)  เช่น น้ำตาลทราย นม เมล็ดกาแฟ ผงชา

2.     รหัสสินค้าปรุงสด (Bill Of Material) เช่น ไอซ์เอสเปรสโซ่ ไอซ์คาปูชิโน่ ชามะนาว

3.     สูตรส่วนผสม (Ingredient Formula)

 การสร้างรหัสวัตถุดิบ

สร้างสินค้าใหม่ เลือกไปที่วัตถุดิบ

จากภาพตัวอย่าง สร้างวัตถุดิบ คือ ผงโกโก้



การตั้งค่าหน่วยนับสินค้า
ให้กำหนดหน่วยย่อยเป็นหน่วยของสต็อกที่ต้องการดู เป็นหน่วยที่จะปรากฏในรายงานสินค้าและวัตถุดิบ
(สต็อการ์ด) จากนั้นกำหนดปริมาณบรรจุของหน่วยย่อย และหน่วยของปริมาณที่บรรจุ
จากภาพตัวอย่าง ผงโกโก้ จะทำสต็อกเป็นถุง และระบุว่า 1 ถุง มี 440 กรัม ฉะนั้นเวลาที่ดูรายงานสินค้าคงเหลือ จะแสดงเป็น 10.35 ถุง

ทำไมต้องระบุว่า 1 ถุง มี 440 กรัม ?
ก็เพราะตอนที่คุณกำหนดสูตรส่วนผสมในสินค้าปรุงสด คุณจะต้องกำหนดปริมาณในสูตรเป็นกรัมนั่นเอง และเพื่อให้โปรแกรมสามารถนำไปเทียบอัตราส่วนสำหรับการคำนวณปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ไปนั่นเอง

หน่วยใหญ่ หมายถึงหน่วยที่ช่วยในการตรวจนับ เช่น ผงโกโก้ คุณอาจจะมีหน่วยที่ใหญ่กว่าถุงขึ้นไป เช่น หน่วยแพ็ค ให้คุณกำหนดหน่วยใหญ่เป็นแพ็ค และอัตราต่อหน่วยย่อย (1 แพ็ค มีกี่ถุง)
สมมุติว่า 1 แพ็ค มี 10 ถุง ให้ใส่อัตราต่อหน่วยย่อยเป็น 10 ทั้งนี้หน่วยใหญ่จะไม่ใช่หน่วยสต็อก แต่เป็นหน่วยที่ช่วยในการตรวจนับสินค้าคงเหลือเท่านั้น เช่น ของเหลือ 3 แพ็ค กับ อีก 7 ถุง
ตอนบันทึกยอดตรวจนับคุณสามารถป้อนเป็น 3 แพ็ค 7 ถุง ได้เลย โปรแกรมจะแปลงเป็นยอดคงเหลือในสต็อกเท่ากับ 37 ถุง ให้เอง
* หากคุณไม่ต้องการกำหนดหน่วยใหญ่ ให้ปล่อยว่างไว้ได้

 

การกำหนดบาร์โค้ด

1.     ให้กำหนดบาร์โค้ดด้วยหน่วยนับสำหรับทำซื้อเข้าได้อย่างน้อย 1 บาร์โค้ด เช่น ซื้อเข้าเป็นถุง ให้ทำหน่วยเป็นถุง อัตราส่วน 1 x 1 ถุง
แต่หากซื้อเข้าเป็นแพ็ค โดย 1 แพ็ค มี 10 ถุง ให้กำหนดหน่วยนับเป็นแพ็ค อัตราส่วน 1
x 10 ถุง

2.     เช็คถูก ที่คอลัมน์ ซื้อสินค้า เพื่อบอกว่าบาร์โค้ดนี้ใช้สำหรับทำซื้อสินค้าเข้าได้
และหากวัตถุดิบนี้สามารถทำขายออกด้วยหน่วยเดียวกันกับหน่วยซื้อ
(แยกต่างหากจากการนำไปผสมเป็นสินค้าปรุงสด)  ก็สามารถเช็คถูก ที่คอลัมน์ขายสินค้าได้เลย
แต่ถ้าขายเป็นคนละหน่วย ให้คุณเพิ่มบาร์โค้ดเข้าไปใหม่โดยเป็นบาร์โค้ดสำหรับทำขายโดยเฉพาะ และระบุหน่วยนับ อัตราส่วน และราคาขาย

กำหนดราคาทุนมาตรฐาน
ราคาทุนมาตรฐาน คือราคาทุนต่อหน่วยย่อย จากภาพตัวอย่าง ผงโกโก้ ราคาทุน ถุงละ 98.50 ปกติราคาทุนมาตรฐานจะไม่ได้ถูกนำไปใช้ ยกเว้นยอดคงเหลือของสินค้านั้นติดลบ
โปรแกรมจะนำราคาทุนมาตรฐานไปคำนวณมูลค่าคงเหลือแบบชั่วคราวเท่านั้น เมื่อคุณมีการทำเอกสารรับสินค้าเข้าถูกต้องครบถ้วนจนยอดคงเหลือเป็นค่าบวกแล้ว โปรแกรมก็จะคำนวณต้นทุนของสินค้าตามจริง

 

หลังจากสร้างรหัสวัตถุดิบจนครบทุกรายการแล้ว ต่อไปจะเป็นการสร้างรหัสสินค้าปรุงสด (สินค้าสำเร็จรูป)

 

การกำหนดบาร์โค้ด
ให้กำหนดบาร์โค้ดและราคาขาย เช็คถูก ที่คอลัมน์ ขายสินค้า

คลิกไปที่หน้า รายการวัตถุดิบ (BOM) ตามภาพ
คลิกที่แถวแรกที่มีเครื่องหมายบวกสีเขียว เพื่อเข้าไปเลือกรายการวัตถุดิบที่จะนำมากำหนดสูตรส่วนผสม สำหรับ ไอซ์เอสเปรสโซ่
เมื่อได้รายการวัตถุดิบครบแล้ว ให้กำหนดปริมาณ/น้ำหนัก ตามสูตรในแต่ละรายการ

จากตัวอย่างข้างต้น เมื่อคุณขาย ไอซ์เอสเปรสโซ่  1 แก้ว โปรแกรมตัดสต็อกวัตถุดิบตามสูตรที่กำหนดไว้

 

การตั้งค่าปุ่มบนแผงสัมผัส สำหรับการขายในระบบพอส ให้ดูที่คู่มือโปรแกรม
http://www.posware.net/Webhelp/Index.html?TouchPanelTheme.htm

 

การตัดสินค้าหมดอายุ จากสินค้าปรุงสดที่ผลิตแล้วไม่ได้ขายในแต่ละวัน
ทุกสิ้นวันคุณอาจจะมีสินค้าที่ผลิตแล้วขายไม่หมด อาทิ แซนวิช หรือ แป้งวอฟเฟิล (ผลิตขึ้นมา 5 ชิ้น แต่ขายได้แค่ 3 ชิ้น เหลือ 2 ชิ้น ที่ต้องตัดทิ้งไป)
กรณีนี้คุณสามารถทำใบตัดสินค้าหมดอายุได้ โดยการป้อนรายการสินค้าปรุงสดที่เหลืออยู่

ที่โปรแกรม Backoffice หรือ โปรแกรม Front ไปที่เมนู สินค้าคงคลัง >> ใบจ่ายสินค้าภายใน >> ใบตัดสินค้าหมดอายุ

จากนั้นคลิก สร้างเอกสารใหม่

ให้คุณป้อนรหัสสินค้าปรุงสด ตัวอย่าง ทูน่าแซนวิช จำนวน 4 ชิ้น ที่ต้องตัดทิ้ง โปรแกรมจะคำนวณรายการวัตถุดิบที่ใช้ไปทั้งหมด เพื่อนำไปตัดสต็อก

รายงานกำไรขาดทุนรายตัวสินค้า
คุณสามารถดูต้นทุนการขายของสินค้าปรุงสดได้ที่รายงานกำไรขาดทุนรายตัวสินค้า จะแสดงยอดขายและต้นทุน เช่น เอสเพรสโซ่ ขายไป 100 แก้ว เป็นต้นทุนเท่าไร